โอละพ่อ! ที่แท้ ทำสัญญาขายฝากขาด บิ๊กโจ้กยัน! ดำเนินคดี ผู้รื้อถอนและใช้จ้างวาน

2343
views

จ.นครศรีรรมราช – จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ต่างๆ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านนายทุนเงินกู้บุกรื้อหลังคา-พังบ้านลูกหนี้ ได้รับความเสียหายตามที่ข่าวเสนอไปแล้ว นั้น

วันที่ 8 มี.ค.ที่นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปน.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. ให้ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนคดีนายทุนเงินกู้บุกรื้อหลังคา-พังบ้านลูกหนี้ จึงได้ประสานการปฏิบัติกับ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุขศรี รอง ผบก.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างกลาง บูรณาการประสานความร่วมมือกันออกติดตามจนทราบว่า บุคคลตามภาพข่าว คือ นายสมศักดิ์ สมใจนึก อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 ถ.เทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีรรมราช พร้อมพวก บุกรุก และทำให้เสียทรัพย์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564นางอรพันธ์ สรรเสริญ อายุ 46 ปี อยู่ 61/2 ม.4 ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ได้นำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 3798เลขที่ดิน 73 หน้าสำรวจ 779 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ของตนเองซึ่งได้รับโอนจากนางพิมพา สรรเสริญ มารดา ไปขายฝากไว้กับ นายสมศักดิ์ สมใจนึก โดยจดทะเบียนกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาฉวาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีกำหนดไถ่ถอนกัน 1 ปี โดยในที่ดินแปลงดังกล่าวมีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นบ้านของ นางพิมพา สรรเสริญ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 3/2ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ. นครศรีธรรมราช และ นางพิมพาได้พักอาศัยอยู่ตลอดมา ซึ่งต่อมาในวันที่ 14 มกราคม 2565 ถึงเวลาไถ่ถอน นางอรพันธ์ฯ ไม่ได้ดำเนินการไถ่ถอน นายสมศักดิ์ฯ จึงได้โอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองที่สำนักงานที่ดินฯ และต่อมาในวันที่ 3 มีนาคม 2565 นายสมศักดิ์ พาพวกมารื้อบ้านซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินดังกล่าว ได้รับความเสียหาย ประกอบกับขณะนั้นในบ้านยังคงมี นางพิมพา สรรเสริญ ซึ่งเป็น มารดาของ นางอรพันธ์ พักอาศัย นางอรพันธ์ฯ จึงมาพบ พ.ต.ท.ศุภชัย งามปลอด สว.(สอบสวน)สภ.ช้างกลาง พนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนาย สมศักดิ์ สมใจนึก อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 ถ.เทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์และได้รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีอาญาที่ 66/2565 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2565 เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ 3/2 ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565

ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2565 ตามคดีอาญาที่ 66/2565 ได้จับกุมผู้ต้องหาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหสถาน และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กับนายนครินทร์ สงอาจินต์ อายุ 43 ปีอยู่บ้านเลขที่ 52 ม.8 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา,นายหาญณรงค์ สงอาจินต์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214/2ม.1 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลางจ.นครศรีธรรมราช,นายอธิพงษ์ บุญครอง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 283 ม.1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

รับว่าเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 เวลาประมาณ 10.00 น.ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้รับว่าจ้างจากนายสมศักดิ์ สมใจนึกให้เข้าบ้านเลขที่ 3/2ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ. นครศรีธรรมราช เพื่อทำการรื้อถอนหลังคาบ้าน จนบ้านดังกล่าวได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมาผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ดำเนินคดี กับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และนายสมศักดิ์ สมใจนึก ผู้ว่าจ้าง โดยให้การว่าบ้านที่เกิดเหตุเป็นของนายสมศักดิ์ และผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ทำตามคำว่าจ้างของนายสมศักดิ์ โดยขณะที่เข้าไปยังบ้านที่เกิดเหตุได้พบกับนางพิมพา โดยนายสมศักดิ์ ได้แจ้งกับนางพิมพา ว่าได้จัดหาบ้านเช่าไว้ให้นางพิมพาฯ แล้ว แต่นางพิมพาฯไม่ยอมออกไปจากบ้านที่เกิดเหตุ โดยขณะนั้นนายสมศักดิ์ ยืนยันบอกกับพวกผู้ต้องหาให้รื้อหลังคาต่อไป

พ.ต.อ.วิเชียร เปล่งฉวี ผกก.สภ.ช้างกลาง พร้อมพวกได้เดินทางไปพบผู้เสียหายที่บ้านเกิดเหตุ และแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในคดีนี้ พร้อมชี้แจงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงในคดีนี้ทั้งในความผิดอาญาและสัญญาทางแพ่ง โดยผู้เสียหายทราบและเข้าใจดีแล้ว แต่ยังประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยและเจรจากับทางฝ่ายนายสมศักดิ์ฯ เพื่อขอไถ่ถอนคืนที่ดินแปลงพิพาทต่อไป ทั้งนี้ได้ช่วยเหลือเบื้องต้น มอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัย ไว้ให้กับผู้เสียหายต่อไป

บทความต้นฉบับ

“บิ๊กโจ๊ก” เร่งรัดสืบสวนคดีนายทุนบุกรื้อหลังคา-พังบ้านลูกหนี้

↗️
SHARE