ศาสนพิธี “ทำบุญวันสารทเดือนสิบ”

3089
views
ทำบุญวันสารทเดือนสิบ

ศาสนพิธีทำบุญวันสารทเดือนสิบ

เริ่มด้วยการทายก รับศีลห้า, ศีลแปด, หรือศีลอุโบสถตามแต่ใครจะมีอินทรีย์กล้าแกร่งพอที่สมาทานศีลชั้นไหน

ฟังพระแสดงธรรมเทศนา เรื่องติโรกุฑฑสูตร หรืออานิสงส์การทำบุญวันสารท แล้วถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธีภาคเช้า

ทำบุญวันสารทเดือนสิบ

เมื่อพระสงฆ์ฉันเพลเสร็จ ประชาชนก็นำอาหารที่เหลือไปรวมกันรับประประทานอาหารเป็นกลุ่ม ๆ ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะไพร่ผู้ดีมีจน

กับข้าวของใครก็วางเป็นของกลางทุกคนตักข้าวใส่จานหรือชั้น ตักกับข้าวเอาตามใจชอบ นับว่าเป็นการเลี้ยงบูฟเฟ่ขนาดแท้และดั้งเดิมของไทยใต้

ซึ่งนิยมทำเช่นนี้กันทุกวันพระ และประเพณีเลี้ยง บูฟเฟ่วันพระนี้ เห็นจะยังมีให้ชื่นชมในปักษ์ใต้อีกนาน นี่แหละอารยะธรรมที่แสนจะสวยงามอย่างหนึ่งของมนุษย์ละ สมภาพและภารดรภาพอยู่ในวันนี่เอง

ทำบุญวันสารทเดือนสิบ

หลังจากรับประทานอาหารให้ของกำนันแก่ผู้เฒ่า และสนทนาวิสาสะหรืสัมมนาเรื่องสัพเพเหระกันแล้ว ก็จัดอาหารหวานคาวและขนมประเพณีที่เตรียมมาอีกส่วนหนึ่ง นำไปสู่เปรว (ป่าช้า) หรือนอกเขตวัด (เผือเปรตขาหักข้ามลันเข้าวัดไม่ได้)เรียกกันว่าไปตั้งเปรต (คือตั้งของให้เปรต)จัดใส่กระทงใบตองวางเรียงราย ชักสายสิญจน์ตั้งแต่เปรวถึงโรงธรรม

ศาสนพิธีทำบุญวันสารทเดือนสิบ

ซึ่งพระสงฆ์สวดคาถาเบิกปากเปรตอยู่ (หมายถึงสวดติโรกุฑฑสูตร) ประชาชนหญิงชายเริ่มจุดธูปเทียนพร้อมกับพระเริ่มสวดแล้วกาศ (เชิญ) ให้เปรตที่เป็นญาติสายโลหิตและมิตรสหายมารับประทาน หรือจะนำติดตัวไปแบบสำนวนปักษ์ใต้ที่พูดกันว่า “ทั้งกินทั้งทาพาไปเริ่น” ก็เป็นความประสงค์อยู่แล้ว

เมื่อนั่งเลี้ยงดูปูเสื่อเปตชนอยู่พักใหญ่ ๆ แล้ว ก็ทยอยกลับไปตรวจน้ำพร้อมกันที่ในโรงธรรมอีกครั้งหนึ่งหรือบางวัดที่พระไม่ได้แสดงพระธรรมเทศนาตอนเช้า ก็แสดงเสียตอนตรวจน้ำจึงเป็นอันเสร็จพิธี

ทำบุญวันสารทเดือนสิบ

หมายเหตุ คาถาที่ใช้ในเวลากรวดน้ำนั้นถ้าจำชนิดยาว ๆ ไม่ได้ ก็ใช้เพียงสั้น ๆ ว่า “อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ก็สำเร็จประโยชน์ได้เหมือนกันและใช้ตรวจน้ำในบุญกรรมได้ทุกอย่าง จึงหมายเหตุเอาไว้ให้เยาวชนได้ทราบ จำไม่ยาก เวลาทำบุญจะได้ใช้)

เขียนโดย สุวิทย์ ราชวัตร จากหนังสือ อนุสรณ์ งานวันสารทสหภูมิภาคทักษิณ 14-15 ตุลาคม 2509
ขอบคุณ – ลูกแมว หน้าโรงหนังลุง / ภาพ – ป้ากานต์มีดี กาญจนา ประดู่

📌
SHARE