Tag: วันสารทไทย

  • เดือนสิบ 2563 กลับบ้านทำบุญ New normal

    เดือนสิบ 2563 กลับบ้านทำบุญ New normal

    ประเพณีสารทเดือนสิบเป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อมาจากทางศาสนาพราหมณ์และการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาซึ่งเข้ามาในภายหลัง มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ

    ประเพณีวันสารทไทย หรือวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งการทำบุญในเดือน 10 ก็จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กันยายน 2563 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นบุญหลัง หรือวันส่งตายาย

    ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ถือว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกนรก หรือเรียกว่าเปรตนั้น จะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น จึงมีการทำบุญในสองช่วง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะนิยมทำบุญกันในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 หรือวันส่งตายาย เพราะมีความสำคัญมากกว่า แต่ก็จะมีบางครอบครัวก็จะทำบุญทั้งรับและส่ง

    ทำบุญวันสารทเดือนสิบ

    ความเป็นมาของงานเทศกาลเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช “งานเทศกาลเดือนสิบ” จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2466 ที่สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช เพื่อหาเงินสร้างสโมสรข้าราชการซึ่งชำรุดมากแล้ว โดยในช่วงนั้นพระภัทรนาวิก จำรูญ (เอื้อน ภัทรนาวิก) ซึ่งเป็นนายกศรีธรรมราชสโมสร และพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร่วมกันจัดงานประจำปีขึ้นพร้อมทั้งมีการออกร้านและมหรสพต่างๆ โดยมีระยะเวลาในการจัดงาน 3 วัน 3 คืน จนกระทั่งถึงปี 2535 จังหวัดได้ย้ายสถานที่จัดงานจากสนามหน้าเมืองไปยังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ซึ่งมีบริเวณกว้าง และมีการจัดตกแต่งสถานที่ไว้อย่างสวยงาม

    ประเพณีทำบุญเดือนสิบในจังหวัดนครศรีธรรมราช

    โดยการจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ และงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2563 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-20 กันยายน 2563 รวม 10 วัน 10 คืน ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ’84 (ทุ่งท่าลาด) ซึ่งภายในงานกำหนดให้มีกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย อย่างยิ่งการจัดกิจกรรมแห่หฺมฺรับและการประกวดหฺมฺรับ เพื่อชิงรางวัลหฺมฺรับทองคำพระราชทาน พร้อมงบพัฒนาจังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 2563

    ประเพณีสารท เดือนสิบ 2563

    รับตายาย : แรม 1 ค่ำ เดือน 10 (พฤหัสฯที่ 3 กันยายน 63)

    วันจ่าย : แรม 13 ค่ำ เดือน 10 (อังคารที่ 15 กันยายน 63)

    วันแห่หมฺรับ : แรม 14 ค่ำ เดือน 10 (พุธที่ 16 กันยายน 63) (บางวัด:ยกหฺมฺรับ บังสุกุลส่งตายาย ชิงเปรต)

    บังสุกุล ส่งตายาย ชิงเปรต : แรม 15 ค่ำ เดือน 10 (พฤหัสฯที่ 17 กันยายน 63) (ยกหฺมฺรับ บังสุกุล ส่งตายาย ชิงเปรต)

    งานเดือนสิบ

  • ลูกหลานชาวเมืองคอน สะท้อนภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

    ลูกหลานชาวเมืองคอน สะท้อนภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

    ด้วยในเดือนนี้ซึ่งเป็นเดือนแห่งการสืบสานประเพณีสารทไทยและในฐานะที่ตัวผู้เขียนเองซึ่งเป็นลูกหลานชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยแท้
    พิธีกวนข้าวทิพย์
    จึงขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับ “ประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช” งานบุญประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดแห่งปักษ์ใต้มาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ให้แก่ท่านผู้อ่าน วันสำคัญที่ว่านั้นก็คือ“วันสารทไทย” เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตามความเชื่อเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว กำหนดให้ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี ซึ่งมักจะตกช่วงปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของทุกปี อันที่จริงแล้วการทำบุญวันสารทเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ตามที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือนางนพมาศและปรากฏหลักฐานในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรียกว่า“พระราชพิธีกวนข้าวทิพย์” หรือ“พระราชพิธีภัทรบท” ในทางศาสนาพราหมณ์ถือว่าเป็นพิธีลอยบาป พิธีนี้กระทำเพื่อปัดเป่าอุบาทว์ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อให้เป็นมงคลแก่ข้าวในนา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในสมัยก่อนนอกจะนับถือศาสนาพุทธ แล้วไทยก็ได้รับอิทธิพลและประเพณีมาจากศาสนาพราหมณ์ด้วยเช่นกัน

    พิธีกวนข้าวทิพย์


    การทำบุญวันสารทจึงถือเป็นประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาช้านานและมีในหลายๆภูมิภาค และมีชื่อเรียกต่างกันเช่น ภาคกลางเรียกว่า “สารทไทย” ภาคเหนือเรียก “งานทานสลากภัต” หรือ”ตานก๋วยสลาก” ภาคอีสานเรียก “ทำบุญข้าวสาก” ภาคใต้เรียก “งานบุญเดือนสิบ” หรือ “ประเพณีชิงเปรต” ถึงแม้ว่าการทำบุญเดือนสิบในแต่ละท้องที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดประสงค์เดียวกัน คือ การทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะได้เป็นการเตือนใจตัวเองว่า ชีวิตได้ดำเนินผ่านมาเกือบปีแล้วควรจะได้สร้างบุญกุศลไว้เกื้อหนุนการดำเนินชีวิตในภายภาคหน้า และดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทตามหลักของพุทธศาสนา ซึ่งนอกจากการทำบุญให้กับตนเองแล้ว ยังมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ญาติพี่น้อง ผู้ล่วงลับไปแล้ว..

    ลูกหลานชาวเมืองคอน สะท้อนภูมิปัญญาบรรพบุรุษ / ญาดา พัชระ
    ตอนที่ 1