แฉมีขบวนการ โจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณ เมืองนครศรีธรรมราช

293
views

จากรณีคนร้ายบุกโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณ ที่เก็บรักษาไว้ในศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยมีคณะสงฆ์ นักวิชาการอิสระในจ.นครศรีธรรมราชไปพบขายอยู่ในตลาดมืดจำนวนมาก และคณะสงฆ์ ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ขอบิณฑบาตคืนหนังสือบุดสมุดข่อยจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองหนังสือบุดที่ได้ไปโดยมิชอบ นำกลับมาคืนให้เป็นสมบัติของแผ่นดินโดยจะไม่มีความผิด และทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จะเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เร่งดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยเท่านั้น

กระทั่งหลายฝ่ายได้ตื่นตัวในการร่วมกันติดตามหนังสือบุดโบราณกลับคืนมา โดยล่าสุดการประชุสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมีมติ 16-2 เสียง สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผู้ประสานงานขอบิณฑบาตรหนังสือบุดเมืองนครฯ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการติดต่อขอส่งคืนหนังสือบุด เสมากถาซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเอกของภาคใต้ที่มีความสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดกลับคืนมาอีก 1 เล่ม โดยผู้ติดต่อขอส่งคืนที่สวนโมกข์ กรุงเทพ ตนขึ้นไปรับคืนด้วยตนเองตามที่ได้บอกไปคือจะไม่มีการเอาผิดกับผู้ที่มอบคืน โดยผู้ที่ส่งคืนคนล่าสุดบอกว่าได้มาจากคนละแหล่ง แต่ดูแล้วน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน เล่มนี้ถือเป็นเล่มที่สวยงามที่สุดและมีเพียงหนึ่งเดียวของภาคใต้ ที่ได้รับคืนมา

ด้าน ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นยังไม่ได้รับคำสั่งจากสภาฯสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ แต่การสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่คงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่หนังสือบุดสมุดข่อยโบราณถูกโจรกรรมไปจากศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช แต่มาจากปัญหาเรื่องพฤติกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และมีข้อร้องเรียนจำนวนมากในหลายประเด็นตามที่เขาอ้าง แต่ตนยืนยันว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สภา ฯไม่มีอำนาจในการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดีฯ โดยผู้ที่มีอำนาจคือปลัดกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่จะต้องมีการรายงานการสอบสวนการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง เสนอให้ปลัดกระทรวงพิจารณาสั่งพัก แต่ในกรณีนี้ตนไม่มีการกระทำผิดใด ๆ ไม่เคยถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงมาก่อน

“เรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้อหลังอันเกี่ยวเนื่องมาจากผมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการทุจริตไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมีบุคลากรที่อยู่ในข่ายกระทำความผิดหลายคน จึงมีความพยายามทุกวิถีทางที่จะขจัดผมให้พ้นไปจากวิถีในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เรื่องนี้ผมจะยื่นศาลปกครองนครศรีธรรมราชให้คุ้มครองชั่วคราวและสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ออกโดยมิชอบ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ม.157 อย่างชัดเจน หลังจากนั้นจะเข้ายื่นฟ้องเอาผิดกับสภามหาวิทยาลัยฯ เป็นรายบุคคลทั้ง 16 คน ที่ร่วมกันลงมติพักการปฏิบัติหน้าที่ตนโดยมิชอบ”ผศ.ดร.ฆนัท กล่าว

สำหรับการโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณเมืองนคร อยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การโจรกรรมทำกันเป็นขบวนการและเกิดขึ้นมานานนับ 10 ปีแล้วก่ อนที่ตนจะได้รับการโปรดเกล้าฯให้เข้ารับตำแหน่งอธิการบดี มีการโพสต์ขายในโลกออนไลน์ ตนให้ความสำคัญกับหนังสือบุดเมืองนครเป็นพิเศษ เมื่อเข้ารับตำแหน่งและพบข้อมูลว่านักศึกษาที่เคยฝึกงานระบุว่า มีหนังสือบุดถูกเก็บอยู่กว่า 5,000 เล่ม แต่กลับมีการโพสต์ขายกันทางออนไลน์ ตนเป็นคนสั่งให้มีการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีหนังสือบุดที่มีการลงทะเบียนเหลือแค่ 1,200 เล่ม จากที่นักศึกษาฝึกงานคัดแยกและลงทะเบียน 2,275 เล่ม และยังไม่ได้คัดแยกและลงทะเบียนอีก 1,300 เล่ม ตนจึงสั่งตั้งคณะกรรมกมารสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายที่โจรกรรมจนตำรวจสามารถติดพตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน เรื่องทั้งหมดตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นรวมทั้งท่านองคมนตรีทราบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานเกี่ยวโยงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรวมทั้งผู้รับผิดชอบศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชในอดีต อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมบางส่วนก่อนเสนอขอหมายจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม คดีนี้ตนยังส่งเรื่องให้ดีเอสไอรับดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับขบวนการโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยเมือวงนครด้วย และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะเดินทางลงพื้นที่ในเร็ว ๆ นี้ จะได้เปิดโปงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนเสียทีว่าหนังสือบุดเริ่มถูกโจรกรรมไปเมื่อไร ช่วงไหน ใครเป็นผู้ผู้บริหาร ใครรับผิดชอบศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ ใครโจรกรรมหนังสือบุดและเกี่ยวข้องร่วมขบวนการอยู่เบื้องหลัง อีกไม่นานตำรวจคงเปิดเผยได้ทั้งหมด


ดูข่าวต้นฉบับ