พ่อเฒ่าเมืองคอน ปลิดชีวิตหลังเครียดหนัก

6592
views

จ.นครศรีธรรมราช – เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 จากกรณี นายประสิทธิ์ แก้มกิ้ม อายุ 63 ปี เจ้าของร้านขายของชำ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งป่วยโรคซึมเศร้า เขียนจมหมายถึงนายกฯประยุทธ์ ฝากดูแลครอบครัว ก่อนใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองดับคาห้องนอน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปยังบ้านที่เกิดเหตุซึ่งพบนายอุกฤษ แก้วกิ้ม อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของ ผู้ตาย พร้อมญาติ ๆ และเพื่อนบ้านกำลังจัดเตรียมงานศพ จากการสอบถามทราบว่านายประสิทธิ์ ผู้ตายเป็นคนมีฐานะดีมาก หนี้สินที่ระบุในจดหมายเพียงแค่หมื่นกว่าบาท เป็นค่าสินค้าที่เขามาส่งเท่านั้น โดยตามครอบครัวอาศัยอยู่กัน 4 คน พ่อแม่ ลูกชายคนโตอายุ 27 ปี และลูกสาวคนเล็ก อายุ 23 ปี และลูกทั้งสองคนได้จบปริญญาตรี

ซึ่งเดิมทีครอบครัวได้เปิดร้านขายของชำอยู่แล้ว เมื่อลูกชายเรียนจบกลับมาอยู่บ้านไม่อยากไปทำงานที่อื่นจึงได้มาเปิดร้านขายของชำเพิ่ม อีก 1 ร้าน อยู่ห่างจากบ้านเดิมที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร โดยพี่ชายคนโตเป็นคนดูแลร้านใหม่ ส่วนร้านเดิมให้น้องสาวเป็นคนดูแลร่วมกับพ่อและแม่ นอกจากนี้นายประสิทธิ์ ผู้ตาย ยังมีบ้านเช่าให้เขาเช่าจำนวน 8 หลัง มีที่ดินจำนวนหลายแปลง จัดเป็นคนที่มีฐานะดีคนหนึ่งในพื้นที่อำเภอขนอม

“ส่วนเรื่องที่ระบุ ว่าฝากครอบครัวให้นายก ฯ ประยุทธ์ดูแลนั้น ทราบว่าผู้ตายเป็นแฟนคลับของนายกประยุทธ์จันทร์โอชา จะนั่งดูข่าวนายกประยุทธ์ ทางทีวีต่อเนื่อง และจะคอยเป็นห่วงนายกประยุทธ์ เมื่อมีกระแสข่าวหรือปัญหาต่าง ๆ อยู่เสมอ เข้าใจว่าข้อความ “ฝากนายกประยุทธิ์ดูแลครอบครัวที่ระบุในจดหมาย เป็นการฝากให้นายกประยุทธ์ ใข้เวลาในการดูแลครอบครัวงของตัวนายกประยุทธิ์ เองบ้าง เพราะทำงานหนัก เหนื่อยมาก ๆ จนแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว ”

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายอุกฤษ แก้วกิ้ม อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นลูกชายคนโต เปิดเผยว่า ให้ฟังว่า คุณพ่อป่วยลิ้นหัวใจรั่วและเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนที่เกิดเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น คุณพ่อจะบ่นให้ฟังเป็นประจำเรื่องที่ดิน เพราะก่อนหน้านี้คุณพ่อได้ดำเนินการเกี่ยวกับการขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งที่ดินแปลงนี้ที่อาศัยอยู่พร้อมกับชาวบ้านจำนวน 108 ราย บนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 70 ไร่ ที่ดินยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ และไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ์ และไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน โดยนายประสิทธิ์ ผู้ตายได้รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดยื่นให้กรมป่าไม้เป็นหลักฐานแล้ว

ในขณะที่ นายสมิง สังฉิม อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย และมีบ้านอยู่ใกล้กัน ซึ่งผู้ตายได้เขียนระบุไว้ก่อนจะยิงตัวตายว่า “งานศพให้นายสมิงเป็นคนดูแลทั้งหมด และให้ไว้ศพคืนเดียว”นั้น นายสมิง เปิดเผยว่า นายประสิทธิ์ ผู้ตายเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตมาก และเป็นแฟนคลับของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี โดยในแต่ละวันนายประสิทธิ์ ผู้ตายจะนั่งดูข่าวการเมืองทุกวันและจะคอยให้กำลังใจบนบานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองชาวยเหลือนายกประยุทธิ์ อย่างต่อเนื่อง

“แต่ช่วงหลังมาเครียดเรื่องที่มีนักเรียน นักศึกษารวมตัวกันประท้วงนายกประยุทธ์ และรัฐบาล นายประสิทธิ์ ผู้ตายยังพูดให้ตนฟังอีกว่าโชคดีที่ลูกทั้งสองคนของตนเรียนจบมาแล้ว ไม่ต้องไปยืนชู 3 นิ้วไล่นายกประยุทธ์ และรัฐบาลร่วมกับนักเรียนนักศึกษาในปัจจุบัน ประเด็นนี้อาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้นายประสิทธิ์ตัดสินใจยิงตัวตายด้วย”

เพื่อนรักของนายประสิทธิ์ ผู้ตาย กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องส่วนตัวนั้น ตนและนายประสิทธิ์ ผู้ตายเป็นตัวแทนชาวบ้าน ในการวิ่งเต้นในเรื่องการขอออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ 70 ไร่ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนริมคลองขนอม ระบุว่าไม่ได้เป็นพื้นที่ป่า แต่กลับไม่มีเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้น นายประสิทธิ์ ผู้ตายเป็นห่วงเรื่องนี้มากอยากให้มีการออกเอกสารสิทธิ์เพื่อที่ชาวบ้านทั้งหมด 108 ครอบครัวจะได้มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจนั้นเชื่อว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ยิงตัวตาย เพราะเรื่องนี้เพราะนายประสิทธิ์ ผู้ตายเป็นคนที่มีฐานะดีมากและไม่มีหนี้สิน เป็นขยันทำงาน อย่างไรก็เรื่องการจัดการงานศพตนไม่ทำตามที่นายประสิทธิ์ ผู้ตายได้สั่งเสียไว้ตามที่ระบุในจดหมาย เนื่องจากต้องการให้ญาติพี่น้อง พรรคพวกเพื่อนฝูงได้มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ และร่วมทำบุญอุทิศกุศลให้กับนายประสิทธิ์ ผู้ตาย ซึ่งจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลศพ 5 คืนก่อนจะทำการฌาปนกิจศพต่อไป.

เรื่องโดย ยุทธนะ เตมะศิริ อ่านต้นฉบับ >

↗️
SHARE