มอบตัวแล้ว ลุงเมืองคอนวัย 56 ยิงหนุ่มเพื่อนบ้านวัย 36 ดับ

1418
views

จ.นครศรีธรรมราช มอบตัวแล้วลุงวัย 56 ยิงเพื่อนบ้านหนุ่มวัย 36 ปี สารภาพทะเลาะกันมาก่อนและเห็นผู้ตายจะเอามีดมาแทงก่อนเลยยิงสวนไป1นัด

กรณีเหตุการณ์นายชัชวาลย์หรือเขียว จิตต์สมร อายุ 56 ปีใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่นายชวภณ หรือ ป๊อป คำนวณจิตต์ อายุ 36 ปี เพื่อนบ้านร่างพรุนกว่า30 รู ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 33/5 ซอยหัวท่า ถนนชลวิถี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเที่ยงวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แล้วนายชัชวาลย์ หรือ เขียว หลบหนีไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.64 ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นายชัชวาลย์ หรือ เขียว จิตต์สมร อายุ 56 ปี ผู้ต้องหา เดินทางพร้อมทนายความส่วนตัวเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิต รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช และพ.ต.ท.สมเชิญ ทองใหญ่ รอง ผกก.(สอบสวน),พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.(สส.),พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง เพื่อสู้คดี

โดยนายชัชวาลย์ หรือ เขียว ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า สาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างตนกับผู้ตาย มานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุนายชวภณ หรือ ป๊อป คนตาย ถือาวุธมีดปลายแหลมจะเข้ามาแทงตนก่อน ตนจึงยืนอยู่หน้าบ้าน จึงวิ่งไปคว้าอาวุธปืนลูกซองสั้นกระหน่ำยิงใส่ร่างนายชวภณ หรือ ป๊อป ไป 1 นัด จนวิ่งไปล้มฟุบห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จากนั้นตนปีนกำแพงข้างบ้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้าน ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ก่อนติดต่อให้ทนายความนำตัวมามอบตัวกับตำรวจ เพื่อสู้คดี

จากนั้น พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิต รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช นำตัวนายชัชวลย์ หรือ เขียว ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุหน้าบ้านเลขที่ 33/5 ซอยหัวท่า ถนนชลวิถี ต.ในเมือง ท่ามกลางกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ โดยนายชัชวาลย์หรือ เขียว พาไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้าน และให้การว่านายชวภณหรือ ป๊อป เดินมาที่หน้าบ้านก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด แล้วหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที ก่อนคุมตัวนายชัชวาลหรือ เขียว กลับ ไป สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติมต่อไป โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

พ.ต.อ.เสริม กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหากับคนตายรู้จักกันมนานแล้ว เคยมีบุญคุณกันมาก่อน ตอนหลังมาขัดใจกันเรื่องเลี้ยงหลานของคนตาย ผู้ต้องหา เคยเลี้ยงหลานคนตายมาก่อน ตอนหลังคนตายพาหลานกลับไปไม่ให้ผู้ต้องหา เลี้ยง จึงขัดใจกันมาเรื่อย ส่วนอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง ผู้ต้องหา นำมามอบให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นอาวุธปืนล่าสัตว์ยิงนก ทำให้กระสุนลูกปลายบานหลายรูถึง 30 แผล ตำรวจจึงตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทราบว่าเป็นอาวุธปืนไม่มทะเบียน หลังสอบสวนปากคำเสร็จ ตำรวจส่งฝากขังศาลต่อไป ส่วนจะได้ประกันหรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล โดยทราบจากญาติที่เป็นทนายความ จะยื่นประกันในชั้นศาลต่อไป

เครดิตแหล่งข้อมูล : KraSae

↗️
SHARE